มุมมองนักศึกษา แนะวิธีลดโลกร้อนที่ดีและมีประโยชน์

หลาย ๆ คนไม่ทราบว่า เราต้องเพิ่มปริมาณการใช้ไฟฟ้าขึ้นอีก 600 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของเครื่องปรับอากาศ 400,000 เครื่องต่อปี ขณะที่ปริมาณการใช้กระดาษของคนไทยทั่วประเทศนั้นก็มากถึง 260,000 ตันต่อปี และเรายังต้องสูญเสียน้ำไปเปล่า ๆ อันเนื่องจากการปิดก๊อกน้ำไม่สนิทถึงปีละ 980,000 ล้านลิตร

ไม่เพียงเท่านั้น 50 เปอร์เซ็นต์ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์บนโลกเกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า บวกเข้ากับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ยานพาหนะในประเทศปล่อยออกมานั้นอีก 121 ล้านตันต่อปี (อ้างอิงจากหนังสือ Energy Efficiency การประหยัดพลังงาน)

ตัวเลขเหล่านี้บอกอะไรเราได้บ้าง

ตัวเลขเหล่านี้บอกได้ว่า เราจะต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศนับ 700,000 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากเรายังคงใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อความสะดวกสบายส่วนตัว เราต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศปีละ 900,000 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย เพื่อให้ประชาชนเผาผลาญกันอย่างฟุ่มเฟือย ขณะที่สัญญาณความหายนะของโลกก็คืบคลานเข้ามาใกล้อย่างต่อเนื่อง หลายพื้นที่ต้องพบกับอุทกภัยอย่างรุนแรง ขณะที่หลายพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ

แต่ก็เป็นโชคดีที่นิสิตนักศึกษายุคใหม่หลายคนมีหัวคิด ตลอดจนมีไอเดียดี ๆ มากมายที่จะมาแบ่งปันร่วมกันเพื่อช่วยลดปัญหาโลกร้อน เริ่มจาก ภัสชนก เลิศศิริประภา นักศึกษาปี 4 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่บอกว่า เทคนิคการประหยัดพลังงานของเธอนั้นจะใช้กับรถเป็นส่วนใหญ่

"จะหมั่นตรวจดูท้ายรถว่ามีของที่ไม่จำเป็นอยู่หรือเปล่าค่ะ ถ้ามีก็จะรีบเอาออก น้ำหนักรถจะได้ไม่เกินพิกัด แล้วก็ไม่เปลืองน้ำมันด้วย"

นิชฌานี ฉันทศาสตร์ นิสิตชั้นปีที่ 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า "ก่อนนัดหมายใคร ควรวางแผนการเดินทางไว้ล่วงหน้า เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีการสื่อสารก้าวไกล บางครั้งอาจใช้โทรศัพท์ MSN หรืออีเมลในการสื่อสารแทนการเดินทางไปพบกัน ซึ่งเป็นการช่วยประหยัดน้ำมันอีกทางหนึ่งค่ะ"

นอกจากนั้นยังมีวิธีดี ๆ ที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้อีก ยกตัวอย่างเช่น ตรวจสอบลมยางเป็นประจำ เพราะยางที่อ่อนไปนั้นจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่ายางที่มีปริมาณลมยางที่มาตรฐานกำหนด, ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งเมื่อต้องจอดรถนาน ๆ เพราะการจอดรถติดเครื่องทิ้งไว้ 10 นาที จะเสียน้ำมันฟรี ๆ 200 ซีซีเลยทีเดียว, ไม่ออกรถกระชาก การออกรถกระชาก 10 ครั้งจะสูญเสียน้ำมันไปเปล่า ๆ ถึง 100 ซีซี ซึ่งน้ำมันจำนวนนี้สามารถวิ่งได้ไกล 700 เมตร, ไม่ต้องอุ่นเครื่อง หากออกรถและขับช้า ๆ สัก 1 - 2 กิโลเมตร เครื่องยนต์จะอุ่นเอง ไม่ต้องเปลืองน้ำมันไปกับการอุ่นเครื่อง

หันมาทางกลุ่มการประหยัดพลังงานไฟฟ้าบ้าง วีรวรรณ กิติชัยวัฒน์ นิสิตคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า "เมื่อก่อนเป็นคนไม่ชอบรอ ทำให้ชอบเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ แล้วไปทำธุระอย่างอื่น แต่หลังจากได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่บอกว่า การเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้จะสิ้นเปลืองไฟฟ้ามาก และถ้าหากปิดหน้าจอเมื่อไม่ใช้งานจะประหยัดไฟได้ถึง 60% ก็พยายามเลิกนิสัยนี้ และคิดว่าเพื่อน ๆ คนอื่นที่เคยทำแบบเดียวกันจะหันมาให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยค่ะ"

ศศิประภา โปธา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดเผยว่า "การกดลิฟต์แต่ละครั้ง ใช้พลังงานไม่น้อยค่ะ คราวหน้าถ้าขึ้นลงแค่ไม่กี่ชั้น ลองหันไปใช้บันไดแทนก็ถือเป็นการช่วยโลกประหยัดพลังงานอีกทางหนึ่ง และยังได้ออกกำลังกายด้วยค่ะ"

น้อง ๆ ยังแนะนำเพิ่มเติมมาอีกหลายข้อ ยกตัวอย่างเช่น ควรปลูกต้นไม้รอบ ๆ อาคาร เพื่อช่วยบังแดด เครื่องปรับอากาศจะได้ไม่ทำงานหนักเกินไป, การปลูกพืชคลุมดิน จะช่วยลดความร้อนและเพิ่มความชื้นให้กับดิน ช่วยให้บ้านเย็นขึ้น, ไม่ควรพรมน้ำจนแฉะเวลารีดผ้า เพราะต้องใช้ความร้อนในการรีดมากขึ้น เสียพลังงานเพิ่มขึ้น, เวลาหุงต้มอาหารด้วยเตาไฟฟ้า ควรจะปิดเตาก่อนอาหารสุก 5 นาที เพราะความร้อนจากเตาที่ยังเหลืออยู่ เพียงพอทำให้อาหารสุกได้, ซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพดีเสมอ และหมั่นทำความสะอาด จะลดการสิ้นเปลืองไฟฟ้าได้

ใครที่อยากหยิบยืมแนวคิดเหล่านี้ไปใช้ เชื่อว่าเด็ก ๆ ไม่หวงแน่นอนค่ะ

ที่มา http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9510000065062