Blogs

วิธีแก้ ปัญหาโลกร้อน และ น้ำกัดเซาะชายฝั่ง ที่นักวิทยาสาด น่าจะเอาไปคิดดู แล้วก้อทำ !

วิธีการแก้ปัญหาโลกรอ้น

ผมเชื่อว่าหลายคนได้ยินข่าวเรื่อง ภูเขาน้ำแข็ง ที่ขั้วโลกเหนือ ละลาย ธารน้ำแข็งบนภูเขา อะไรต่อมิอะไร บนโลกนี้กำลังละลาย ผมอยากจะเสนอแนวคิดที่น่าจะลองดู เพราะมันช่วยให้น้ำแข็งละลายได้ช้า ลง ได้ด้วย " เกลือ " ภูมิปัญญาชาวบ้าน แต่น่าจะได้ผมไม่มากก้อน้อย เพราะเมื่อน้ำแข็งผสมเข้ากับเกลือ หรือโดนเกลือ เข้า ก้อจะทำให้น้ำแข็งมีจุดเยือกแข็งได้นานขึ้น และจะทำให้ละลายได้ช้าลง ครั้บ
การผลิตเกลือ ยังช่วยให้น้ำในทะเลลดน้อยลงด้วย ครับ เพราะบ้านเราที่สมุทรสาคร บ้านเรา เค้าทำนาเกลือ กัน เมื่อ น้ำทะเลลดน้อยลง และน้ำแข็งแข็งนานขึ้น ก้อเหมือนเดิมช่ายป่ะ

เรื่องปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง

การปลูกป่าโกง กาง เป็นการลดการกัดเซาะชายฝั่งได้นิดหน่อย เมื่อเรามีป่าโกงกาง แล้ว เราจะเพิ่มที่ดินก้อสามารถเพิ่มได้ เพราะเมื่อเรานำดิน หรือหินไปถม ก้อจะทำให้ดินของเราไม่หายไปกับสายน้ำ เรื่องพันธ์ โกงกาง ไม่ต้องห่วง กรมป่าไม้มีเยอะแยะ ว่าป่ะ

เรื่องก๊าซคาร์บอนไดออกไซร์

เรื่องนี้ต้องปรึกษา นักพืชวิทยา ไม่ว่าของไทย หรือ ต่างชาติต้องร่วมมือกัน โดย ดูซิว่า ต้นไม้ใดในโลกที่มันดูดก๊าช คาร์บอนได้มากที่สุด และคาย ก๊าซออกซิเจนได้มากที่สุด แล้วทำการขยายพันธ์ แจกชาวบ้านชาวช่อง เลย
ในเมืองไทย ก้อแจกเลยใครอยู่หอพัก ก้อต้องปลูก แค่รดน้ำ ใส่กระถาง ชาวบ้านต่างจังหวัดปลูกมากหน่อย ถ้าจะให้ดี ต้นไม้ที่จะเอามาปลูกต้องมีผล กินได้ หรือเป็นพืชพลังงาน หรือเป็นวัถุดิบในการผลิต อะไรซักอย่างได้ จะทำให้คนปลูกกันมาก

****** ทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้น ถ้าไม่มีประเทศไหนทำหรือ จังหวัด ไหนทำ หรือ อำเภอไหนทำ ตำบลไหนทำ หมู่บ้านไหนทำ ครอบครับไหนทำ คนไหนทำ คุณไม่ทำ

เรื่องทั้งหมดที่เขียนมานี้อยากให้ทางเว็ปมาสเตอร์ช่วยพิจรณา แล้วหาหนทางส่งข้อมูลไปยังนักวิทยาสาด เพื่อลองดู ทำดู ไม่ใช่แค่ปลูกต้นไม้แล้วโลกจะร้อนน้อยลง เผื่อว่าจะช่วยโลกใบนี้ไว้ได้นะครับ ช่วยโลกเราด้วย

จาก .......คนการศึกษาน้อย แต่อยากช่วยโลก

ช่วยๆกันดูแล

เมื่อคืนดูสาระคี อารายสักอย่าง (จำม่ะได้) เขาออกมาเตือนว่า อีกไม่นาน กรุงเทพจะหายไปครึ่งหนึ่ง แถมอ่าวไทย ก็จะหายไปอีกหลายกิโลเมตร เนื่องจากการกัดเซาะริมตลื่ง 65 กโมตรต่อปี มันน่ากลัวจิงๆ และยังบอกอีกว่า อีก 50 ปี ประเทศจะจมหาย
นิดดี้กัวๆๆๆ ดังนั้นสิ่งที่พวกเราช่วยกันได้ ก็คือมาร่วมกันปลูกต้นไม้เถอะนะ บางคนอาจจะคิดว่า จะไปปลูกที่ไหนล่ะ ไม่มีที่ปลูก (เชอะ)
แต่ถ้าปลูกต้นไม้ไม่ได้ ก็อย่าไปตัดไปทำลายมันเลยนะ
เหอ กลัวๆๆ

***วิธีคลายร้อนให้โลก***

โลกเราปัจจุบันถือได้ว่ากำลังเข้าสู้ขั้นวิกฤต เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน ราคาข้าว และค่าครองชีพมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งสภาพแวดล้อมปัจจุบันก็เสื่อมโทรมมากอันเป็นผมมาจากการตัดไม้ทำลายป่า การขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรม และพวกมักง่ายที่ทำลายสิ่งแวดล้อมโดยไม่รู้ตัวไม่ว่าจะเป็นพวกที่ชอบทิ้งขยะไม่เป็นที่ พวกที่ชอบนำขยะหรือเศษกิ่งไม้ ใบไม้แห้งมาเผาทำลายทิ้งล้วนแล้วแต่เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น
เมื่อสิ่งแวดล้อมถูกทำลายก็ส่งผลให้มนุษย์อย่างเราๆได้รับผมกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังจะเห็นได้จากอากาศที่เป็นพิษมากขึ้น อุณหภูมิของโลกที่กำลังสูงขึ้นเรื่อยๆหรือที่เรียกกันว่าภาวะโลกร้อน (Global Warming) นั้นเอง และผมก็มี 10 วิธีที่คลายร้อนให้โลกง่ายๆมาฝากกันครับ
1. ถอดปลั๊กออกจากเต้าเสียบทุกครั้งหลังจากเลิกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะการที่เราเสียบปลั๊กทิ้งไว้นั้นจะยังมีไฟมาเลี้ยงภายในเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ทำให้เสียไฟไปโดยเปล่าประโยชน์
2. หันมาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน และหลอดไฟแบบประหยัดไฟ
3. ปรับอุณหภูมิของแอร์ให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม ระหว่าง 25 ºC – 26 ºC
4. ไม่อุ่นเครื่องรถนานเกินไปควรออกตัวอย่างช้าๆแล้วขับในอัตราเร็วที่พอเหมาะเพื่อเป็นการอุ่นเครื่องรถไปในตัว และยังทำให้เป็นการถนอมเครื่องยนต์ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น
5. หากเดินทางไปสถานที่ใกล้ๆกับบริเวณบ้านควรเปลี่ยนมาใช้รถจักรยานแทนการใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เพื่อเป็นการประหยัดน้ำมัน และลดอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) สู้บรรยากาศแถมยังเป็นการออกกำลังกายไปภายในตัวด้วย
6. ใช้กระดาษทั้งสองหน้า และเมื่อใช้กระดาษทั้งสองหน้าแล้วยังสามารถนำกระดาษที่ใช้แล้วนั่นไปมอบให้มูลนิธิผู้พิการทางสายตาได้อีกด้วย เพื่อนำไปใช้พิมพ์อักษรเบลล์ให้ผู้พิการทางสายตาได้อ่านหรือที่เรียกกันว่ากระดาษหน้าที่สาม
7. ลดการเผาขยะและเศษกิ่งไม้ใบหญ้าต่างๆควรกำจัดขยะให้ถูกวิธีทิ้งให้ถูกที่ ส่วนเศษกิ่งไม้ใบหญ้าต่างๆหากไม่รู้ว่าจะกำจัดอย่างไรก็ควรปล่อยให้ย่อยสลายไปตามธรรมชาติก็ได้เป็นการเพิ่มสารอินทรีย์ในดิน และทำให้ดินไม่เสื่อมโทรมอีกทางหนึ่ง
8. ลดการตัดไม่ทำลายป่าและควรปลูกต้นไม้เพิ่มให้มากขึ้น
9. ไม่ควรใช้ถุงพลาสติกเกินจำเป็นหรือถ้าเลี่ยงได้ก็จะดีมาก
10. ลดปริมาณการใช้สารเคมีต่างๆให้น้อยลง
เป็นอย่างไรกันบางครับวิธีคลายร้อนให้โลกที่ผมนำมาแนะนำหวังว่าคงจะไม่ยากเกินไปนะครับวิธีคล้ายร้อนให้โลกดั่งที่ผมกล่าวมาข้างต้นนั้นถึงแม้จะเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆ แต่ถ้าหากทุกๆคนช่วยกันคนละไม้คนละมือผมเชื่อว่าจะเป็นแรงสำคัญที่ทำให้โลกของเรายังคงดำรงอยู่ต่อไปได้อย่างแน่นอนครับ

วิธีแก้ไขปัญหาโลกร้อน -^O^-

#เปลี่ยนหลอดไฟ จากหลอดกลมหันมาใช้หลอดตะเกียบแทน เชื่อไหมว่าลดการใช้คาร์บอนไดออกไซด์ได้ 150 ปอนด์ต่อปี

# ขับรถน้อยลง หันมาเดิน ขี่จักรยาน บริการขนส่งมวลชน หรือเลือกติดรถเพื่อน ทางเดียวกันไปด้วยกัน แค่นี้ ก็สามารถลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1 ปอนด์ทุกๆ 1 ไมล์ที่เราลดการขับขี่

# รีไซเคิลของให้มากขึ้น แค่รีไซเคิลขยะในบ้านเพียงครึ่งหนึ่งก็ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 2,400 ปอนด์ต่อปี

# เช็คลมยาง รักษาระดับลมยางให้เหมาะสม ช่วยประหยัดการใช้น้ำมันได้ถึง 3% และการประหยัดน้ำมันในทุกๆ แกลลอน จะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศได้ 20 ปอนด์

# ใช้น้ำร้อนน้อยลง เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นแต่ละครั้งใช้พลังงานจำนวนมาก อาบน้ำด้วยน้ำอุ่นน้อยลง และอย่าเปิดฝักบัวแรงสุด ลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 350 ปอนด์ต่อปี การเลือกซักผ้าในน้ำธรรมดาช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 500 ปอนด์ต่อปี

# หลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์สิ้นเปลือง ลดขยะได้ 10% ลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 1,200 ปอนด์ต่อปี

# ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม ปรับตั้งเครื่องปรับอากาศไว้ 25 องศา ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้โข

# ปลูกต้นไม้ ต้นไม้ 1 ต้นดูดซึมคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 1 ตัน

# ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า แค่เพียงปิดโทรทัศน์ เครื่องเล่นดีวีดี เครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เมื่อไม่ใช้ ช่วยโลกลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้เป็นพันๆ ปอนด์ต่อปี

โดยคุณ ธนัท ศาสตร์สุภาพ
http://203.155.2.133/blogs/p112/

เรื่องง่ายๆที่ช่วยกันได้

ตอนนี้เรา กำลังทำบางสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ช่วยโลก ช่วยคนไทยอยู่และเราว่าทุกคนก็ทำได้เหมือนกัน

- ทางเดียวกันไปด้วยกัน ประหยัดน้ำมันจริงๆ
- ซื้อของชิ้น 2ชิ้นไม่ค่อยรับถุงแล้ว
เวลาไปหาหมอหน้า แล้วต้องซื้อยาทา เราไม่ใส่ถุงแล้วนะ ถุงเล็กขนาดนั้น เอามาก็ต้องใส่
กระเป๋าอีกรอบอยู่ดี
- เลิกกินกล่องโฟมแล้วววว
เรามีกล่องข้าวที่ออฟฟิศอีกอัน เผื่ออยากซื้อข้าวมานั่งกินที่ห้อง
เวลาซื้อได้เยอะกว่าปรกติด้วยจริงๆนะ
-เดี๋ยวนี้เห็นคนกินข้าวใส่กล่องโฟมแล้วเซ็งเลย- กับเหตุผลว่าขี้เกียจล้าง-
- เราเริ่มซื้อของเล็กๆน้อยๆ จากตลาดแล้วนะ
ไม่อยากเอาเงินไปให้พวกห้างใหญ่ๆหมด
- กินของบ้านๆของไทยนี่ละดึแล้ว ไม่งั้นต่อไปจะไม่มีคนกินของๆคนไทย
แล้วทำอะไรอีกน้า คิดไม่ออกไว้มาบอกใหม่ละกัน ช่วยๆกันนะ

มุมมองนักศึกษา แนะวิธีลดโลกร้อนที่ดีและมีประโยชน์

หลาย ๆ คนไม่ทราบว่า เราต้องเพิ่มปริมาณการใช้ไฟฟ้าขึ้นอีก 600 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของเครื่องปรับอากาศ 400,000 เครื่องต่อปี ขณะที่ปริมาณการใช้กระดาษของคนไทยทั่วประเทศนั้นก็มากถึง 260,000 ตันต่อปี และเรายังต้องสูญเสียน้ำไปเปล่า ๆ อันเนื่องจากการปิดก๊อกน้ำไม่สนิทถึงปีละ 980,000 ล้านลิตร

ไม่เพียงเท่านั้น 50 เปอร์เซ็นต์ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์บนโลกเกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า บวกเข้ากับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ยานพาหนะในประเทศปล่อยออกมานั้นอีก 121 ล้านตันต่อปี (อ้างอิงจากหนังสือ Energy Efficiency การประหยัดพลังงาน)

ตัวเลขเหล่านี้บอกอะไรเราได้บ้าง

ตัวเลขเหล่านี้บอกได้ว่า เราจะต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศนับ 700,000 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากเรายังคงใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อความสะดวกสบายส่วนตัว เราต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศปีละ 900,000 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย เพื่อให้ประชาชนเผาผลาญกันอย่างฟุ่มเฟือย ขณะที่สัญญาณความหายนะของโลกก็คืบคลานเข้ามาใกล้อย่างต่อเนื่อง หลายพื้นที่ต้องพบกับอุทกภัยอย่างรุนแรง ขณะที่หลายพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ

แต่ก็เป็นโชคดีที่นิสิตนักศึกษายุคใหม่หลายคนมีหัวคิด ตลอดจนมีไอเดียดี ๆ มากมายที่จะมาแบ่งปันร่วมกันเพื่อช่วยลดปัญหาโลกร้อน เริ่มจาก ภัสชนก เลิศศิริประภา นักศึกษาปี 4 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่บอกว่า เทคนิคการประหยัดพลังงานของเธอนั้นจะใช้กับรถเป็นส่วนใหญ่

"จะหมั่นตรวจดูท้ายรถว่ามีของที่ไม่จำเป็นอยู่หรือเปล่าค่ะ ถ้ามีก็จะรีบเอาออก น้ำหนักรถจะได้ไม่เกินพิกัด แล้วก็ไม่เปลืองน้ำมันด้วย"

นิชฌานี ฉันทศาสตร์ นิสิตชั้นปีที่ 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า "ก่อนนัดหมายใคร ควรวางแผนการเดินทางไว้ล่วงหน้า เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีการสื่อสารก้าวไกล บางครั้งอาจใช้โทรศัพท์ MSN หรืออีเมลในการสื่อสารแทนการเดินทางไปพบกัน ซึ่งเป็นการช่วยประหยัดน้ำมันอีกทางหนึ่งค่ะ"

นอกจากนั้นยังมีวิธีดี ๆ ที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้อีก ยกตัวอย่างเช่น ตรวจสอบลมยางเป็นประจำ เพราะยางที่อ่อนไปนั้นจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่ายางที่มีปริมาณลมยางที่มาตรฐานกำหนด, ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งเมื่อต้องจอดรถนาน ๆ เพราะการจอดรถติดเครื่องทิ้งไว้ 10 นาที จะเสียน้ำมันฟรี ๆ 200 ซีซีเลยทีเดียว, ไม่ออกรถกระชาก การออกรถกระชาก 10 ครั้งจะสูญเสียน้ำมันไปเปล่า ๆ ถึง 100 ซีซี ซึ่งน้ำมันจำนวนนี้สามารถวิ่งได้ไกล 700 เมตร, ไม่ต้องอุ่นเครื่อง หากออกรถและขับช้า ๆ สัก 1 - 2 กิโลเมตร เครื่องยนต์จะอุ่นเอง ไม่ต้องเปลืองน้ำมันไปกับการอุ่นเครื่อง

หันมาทางกลุ่มการประหยัดพลังงานไฟฟ้าบ้าง วีรวรรณ กิติชัยวัฒน์ นิสิตคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า "เมื่อก่อนเป็นคนไม่ชอบรอ ทำให้ชอบเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ แล้วไปทำธุระอย่างอื่น แต่หลังจากได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่บอกว่า การเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้จะสิ้นเปลืองไฟฟ้ามาก และถ้าหากปิดหน้าจอเมื่อไม่ใช้งานจะประหยัดไฟได้ถึง 60% ก็พยายามเลิกนิสัยนี้ และคิดว่าเพื่อน ๆ คนอื่นที่เคยทำแบบเดียวกันจะหันมาให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยค่ะ"

ศศิประภา โปธา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดเผยว่า "การกดลิฟต์แต่ละครั้ง ใช้พลังงานไม่น้อยค่ะ คราวหน้าถ้าขึ้นลงแค่ไม่กี่ชั้น ลองหันไปใช้บันไดแทนก็ถือเป็นการช่วยโลกประหยัดพลังงานอีกทางหนึ่ง และยังได้ออกกำลังกายด้วยค่ะ"

น้อง ๆ ยังแนะนำเพิ่มเติมมาอีกหลายข้อ ยกตัวอย่างเช่น ควรปลูกต้นไม้รอบ ๆ อาคาร เพื่อช่วยบังแดด เครื่องปรับอากาศจะได้ไม่ทำงานหนักเกินไป, การปลูกพืชคลุมดิน จะช่วยลดความร้อนและเพิ่มความชื้นให้กับดิน ช่วยให้บ้านเย็นขึ้น, ไม่ควรพรมน้ำจนแฉะเวลารีดผ้า เพราะต้องใช้ความร้อนในการรีดมากขึ้น เสียพลังงานเพิ่มขึ้น, เวลาหุงต้มอาหารด้วยเตาไฟฟ้า ควรจะปิดเตาก่อนอาหารสุก 5 นาที เพราะความร้อนจากเตาที่ยังเหลืออยู่ เพียงพอทำให้อาหารสุกได้, ซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพดีเสมอ และหมั่นทำความสะอาด จะลดการสิ้นเปลืองไฟฟ้าได้

ใครที่อยากหยิบยืมแนวคิดเหล่านี้ไปใช้ เชื่อว่าเด็ก ๆ ไม่หวงแน่นอนค่ะ

ที่มา http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9510000065062

ร้อนอีก 1 องศา ไทยเจอ “ซูเปอร์ไต้ฝุ่น” 3 องศา กทม.จมบาดาล เตือนสร้างรถใต้ดินต้องระวัง

นักวิชาการ ม.เกษตรฯ ติงรัฐ เบรกรถไฟฟ้าใต้ดินก่อนจะสิ้นราชธานี ชี้ หากอุณหภูมิโลกสูงขึ้นเพียง 1 องศา ประเทศไทยจะเกิดซูเปอร์ไต้ฝุ่นไม่แพ้นาร์กีส และถ้าเพิ่ม 3 องศากรุงเทพฯจะจมบาดาล และจะมีรถไฟฟ้าไปทำไม วอนรัฐผลักปัญหาโลกร้อนเป็นนโยบายชาติ เตรียมพร้อมตั้งรับอย่างจริงจัง

ดร.วิเชียร กีรตินิจการ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรรมการสิ่งแวดล้อม บรรยายในงาน “TCELS Day” จัดโดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย ในหัวข้อ “ประเทศไทยกับ มหันตภัยโลกร้อน” ว่า ในแต่ละวันมนุษย์มีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อนทั้งจาก การขับรถ เปิดแอร์ ไดร์ผม กินข้าว ฯลฯ วิถีชีวิตเหล่านี้เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ 200 ปี ที่ผ่านมา มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ออกมา 250 พีพีเอ็ม แต่ในขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 380 พีพีเอ็มซึ่งเป็นสาเหตุทำให้โลกร้อนขึ้นถึง 0.8 องศา

“ขณะนี้โลกร้อนขึ้นเพียง 0.8 องศา เราได้เห็นพายุไซโคลนนาร์กีสในพม่า เราเห็นพายุเฮอริเคนที่ทำลายล้างเมืองนิวออร์ลีนส์ มลรัฐหลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา เราเห็นไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในโลกที่ประเทศออสเตรเลีย ผมไม่ได้พูดขึ้นลอยๆ แต่ประจักษ์พยานเหล่านี้มีให้เห็น ขณะที่เมืองไทยยังไม่มีแผนการตั้งรับอย่างเป็นรูปธรรม”

ดร.วิเชียร ฉายให้เห็นภาพของโลกร้อนทีละองศาว่า หากโลกร้อนขึ้น 1 องศา ทุ่งหญ้าเพื่อการปศุสัตว์ของอเมริกาจะกลายสภาพเป็นทะเลทรายอีกครั้งจากที่เมื่อหลายพันปีก่อนเคยเป็น น้ำจืดในทวีปเอเซียจะหายไป 1 ใน 3 ไทยจะเกิดซุปเปอร์ไต้ฝุ่น หน้าดินจะถูกพายุพัดจนเสื่อมโทรมความอุดมสมบูรณ์จะเปลี่ยนเป็นความแห้งแล้ง ถ้าโลกร้อนขึ้น 2 องศา หมีขาวขั้วโลกต้องดิ้นรนเอาตัวรอดสิ่งมีชีวิตหลายชนิดต้องอพยพย้ายถิ่นฐานขึ้นไปทางตอนเหนือ หมู่หลายแห่งในอินโดนีเซียจะจมหายไปในทะเล โดยเฉพาะเกาะมัลดีฟ ปะการังในทะเลจะสูญพันธุ์ น้ำแข็งขั้วโลกจะละลายมากขึ้น กล่าวคือ 1 ปี ละลาย 20 กิโลกเมตร หรือประมาณ 4 เท่าของพื้นที่ประเทศไทย และเพียง 2 วัน ของน้ำแข็งขั้วโลกที่ละลาย เท่ากับเราสามารถใช้น้ำในกรุงเทพฯได้ถึง 1 ปี และในขณะที่ทั่วโลกเดือดร้อน แต่แคนาดาจะได้รับผลพวงในทางที่ดีขึ้นคือจะเกิดป่าใหม่ที่อุดมสมบูรณ์ที่ประเทศแคนาดา

ดร.วิเชียร กล่าวว่า ถ้าองศาความร้อนเพิ่มขึ้นเป็น 3 องศา ปารีสจะกลายเป็นเมืองร้าง คนแก่จะร้อนตาย น้ำทะเลจะสูงขึ้น 1 เมตร กรุงเทพฯ จะจมบาดาล พืชผลเกษตรกรรมจะเสียหายอย่างหนัก แมลงจะระบาดก่อโรคพันธุ์ใหม่ที่รักษายากขึ้น แหล่งน้ำบาดาลจะปนเปื้อนน้ำทะเล ไทยจะประสบปัญหาข้าวหายาก หมากไม่มีจะกิน ซึ่งรุนแรงกว่าข้าวยากหมากแพงหลายเท่าตัว เมื่อถึงวันนั้น จะเกิดการแย่งชิงน้ำครั้งใหญ่ แรงงานต่างด้าวจะทะลักมาแย่งทรัพยากรของไทยจนเกิดการจลาจล และถ้าโลกร้อนพุ่งไปถึง 4 องศา น้ำจะท่วมเวนิซ หาดสแกนดิเนเวียนจะเป็นเหมือนพัทยา แม่น้ำคงคาจะเหือดแห้ง ประชาชน 1 พันล้านคนจะเดือดร้อน มหานครนิวยอร์คจะโดนเฮอริเคนครั้งใหญ่จะกลายเป็นเมืองบาดาล บางแห่งมีน้ำท่วมสูงถึง 7.6 เมตร

“จะเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งเมื่อหันกลับมามองเมืองไทย ผู้นำประเทศเร่งแต่จะผลักดันโครงการ 5 แสนล้าน โดยอ้างว่าเพื่อต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมไม่ได้บอกว่าไม่ดี แต่การทำผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ไม่เคยมีการนำประเด็นเรื่องโลกร้อนไปพูดเลยว่าจะส่งผลให้โลกร้อนแค่ไหน และเมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้นเพียง 3 องศา กรุงเทพฯ ก็จมแล้ว ตรงนี้ไม่เคยมีการพูดเลย ถ้าเป็นไปได้เอาเงินจำนวนเดียวกันนี้ไปทำประโยชน์อย่างอื่นดีไหมที่จะรักษาราชธานีและผืนแผ่นดินแห่งนี้ไว้ให้ลูกหลาน” ดร.วิเชียร กล่าวและว่า รัฐบาลควรผลักดันปัญหาโลกร้อนเป็นนโยบายชาติต่อไป

ค่านิยมของคนโง่ : ค่านิยมของสังคมที่คอยสั่งสอนลูกหลาน-->ความไม่พอเพียง

อีกสาเหตุหนึ่งของภัยเงียบ
ที่สังคมกำลังปลูกฝังให้ลูกหลาน..........

ผมทำรูปไว้เพื่อช่วยสื่อสาร--->ไปดูที่บล๊อกเต็ม ๆ ที่
1. http://bobotravel.wordpress.com/2008/05/15/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e...

หรือ

2.http://bobotravel.exteen.com

ปลูกต้นไม้หลังห้อง

ผมเป็นคนหนึ่งที่เห็นว่าโลกของเราร้อนขึ้นทุกวันๆ
นี่อาจเป็นการช่วยโลกได้ไม่มากก็น้อย...
ตัวผมอยู่ในห้องนอนเล็กๆมีระเบียงอยู่หลังห้องเนื้อที่ไม่มากนักพอเดินไปเดินมาได้
ผมเลยนำต้นไม้นานาพันธ์มาปลูกมีอ่างน้ำเล็กๆเอาไว้เลี้ยงปลาด้วย เวลาเดินออกมาหรือออก
ไปนั่งจะรู้สึกได้เลยว่ามันมีอากาสเย็นๆมาสัมผัสตัวเรา (ช่วยๆกันนะครับเพื่อโลกของเรา)

ฉันพยายามช่วยโลกของเราแล้ว คุณละพยามช่วยโลกของเราแล้วหรือยัง

ฉันเองก็ช่วยได้เท่าที่มนุษย์โลกคนหนึ่งจะทำได้คือ
1. รู้จักคุณค่าของน้ำ
2. ไม่ตัดต้นไม้ และปลูกต้นไม้ไว้สวนหลังบ้าน
3. ขวด พลาสติก ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ก็จะเก็บมาใช้
4. แยกขยะ แล้วทิ้งเป็นที่ เพื่อให้เขานำไป recycle ได้
5. ประหยัดพลังงานไฟฟ้า
6. ประพลังงานเชื้อเพลิง
7. ไม่เผาพลาสติก
8. ไม่ทิ้งเศษอาหารลงแม่น้ำลำคลอง
9. อิอิ พอแร่ะ เหนื่อยๆๆ

Syndicate content